วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วิปัสสนา



วิปัสสนา

       พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ว่าภิกษุทั้งหลาย ! ผู้พิจารณาเห็นสังขารตามความเป็นจริงว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา(ไม่มีตัวตน) จักเป็นผู้ประกอบด้วย อนุโลมขันติ (วิปัสสนาญาณ) จักหยั่งลง สู่สัมมัตตนิยาม (โลกุตตรมรรค) ผู้หยั่งลงสู่สัมมัตตนิยาม  จักทำให้แจ้งโสดาปัตติผล  สกทาคามิผล อนาคามิผล หรืออรหัตตผล

       ภิกษุย่อม อนุโลมขันติ ด้วยอาการ ๔๐ อย่าง หยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามด้วยอาการ ๔๐ อย่าง คือ การเห็นเบญจขันธ์

๑. โดยความไม่เที่ยง     

๒. โดยความเป็นทุกข์

๓. โดยความเป็นโรค           

๔. โดยความเป็นดังหัวฝี

๕. โดยความเป็นดังลูกศร           

๖. โดยเป็นความลำบาก

           ๗. โดยเป็นอาพาธ       

๘. โดยเป็นอย่างอื่น

๙.โดยเป็นของชำรุด            
           ๑๐. โดยเป็นอัปปมงคล
           ๑๑. โดยเป็นอันตราย          
           ๑๒. โดยเป็นภัย
           ๑๓. โดยเป็นอุปสรรค          
           ๑๔. โดยเป็นความหวั่นไหว
           ๑๕. โดยเป็นของผุพัง          

๑๖. โดยเป็นของไม่ยั่งยืน

           ๑๗. โดยเป็นของไม่มีอะไรต้านทาน 
           ๑๘. โดยเป็นของไม่มีอะไรป้องกัน
           ๑๙. โดยเป็นของไม่มีที่พึ่ง          
           ๒๐. โดยเป็นของว่างเปล่า
           ๒๑. โดยเป็นความเปล่า             
           ๒๒. โดยเป็นสุญญตะ(ความว่าง)
           ๒๓. โดยเป็นอนัตตา           
           ๒๔. โดยเป็นโทษ
           ๒๕. โดยเป็นของผันแปรไปเป็นธรรมดา
           ๒๖. โดยเป็นของไม่มีแก่นสาร
           ๒๗. โดยเป็นมูลแห่งความลำบาก
           ๒๘. โดยเป็นดังเพชฌฆาต
           ๒๙. โดยเป็นความเสื่อมไป  
           ๓๐. โดยเป็นของมีอาสวะ    
           ๓๑. โดยเป็นของถูกปัจจัยปรุงแต่ง            
๓๒. โดยเป็นเหยื่อของมาร  
๓๓. โดยเป็นของมีความเกิดเป็นธรรมดา     
๓๔. โดยเป็นของมีความแก่เป็นธรรมดา

๓๕. โดยเป็นของมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา

๓๖. โดยเป็นของมีความตายเป็นธรรมดา

๓๗. โดยเป็นของมีความเศร้าโศกเป็นธรรมดา   

๓๘. โดยเป็นของมีความรำพันเป็นธรรมดา

๓๙. โดยเป็นของมีความคับแค้นใจเป็นธรรมดา 

๔๐. โดยเป็นของมีความเศร้าหมองเป็นธรรมดา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น