วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ตื่นด้วยดี



ตื่นด้วยดี



พระสาวกของพระโคดม  ระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่เป็นนิตย์  ระลึกถึงพระธรรมอยู่เป็นนิตย์ ระลึกถึงพระสงฆ์อยู่เป็นนิตย์  ระลึกถึงกายอยู่เป็นนิตย์  มีใจยินดีในความไม่เบียดเบียน  มีใจยินดีในการเจริญภาวนา  ทั้งกลางวันและกลางคืน ชื่อว่า ตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

เธอทั้งหลายที่หลับอยู่จงรีบตื่น  ที่ตื่นอยู่จงฟังคำของเรานี้   ความเป็นผู้ตื่นจากความหลับเป็นคุณประเสริฐ  เพราะภัยย่อมไม่มีแก่ผู้ที่ตื่นอยู่

ความสิ้นอาสวะ



ความสิ้นอาสวะ
           
สำหรับบุคคลที่ตื่นอยู่ตลอดเวลา  หมั่นศึกษาไตรสิกขาทั้งกลางวันและกลางคืน  น้อมจิตเข้าหานิพพาน  อาสวะทั้งหลายย่อมตั้งอยู่ไม่ได้
ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี  ผู้จับเสมอด้วยโทสะไม่มี  ข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี  แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี
โทษของผู้อื่นเห็นได้ง่าย  ส่วนโทษของตนเห็นได้ยาก  เพราะคนนั้นชอบโปรยโทษของผู้อื่น  เหมือนคนโปรยแกลบ  แต่กลับปกปิดโทษของตนไว้  เหมือนนกพิราบปกปิดร่างพรางกายตนไว้ ฉะนั้น
ผู้ที่คอยสอดส่ายหาโทษคนอื่น  คอยเพ่งโทษอยู่เป็นนิตย์  จะมีอาสวะพอกพูนยิ่งขึ้น  และห่างไกลจากความสิ้นอาสวะโดยแท้
บุคคลพึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ  พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี  พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้  พึงชนะคนพูดเหลาะแหละ  ด้วยพูดคำสัตย์

ปัญญา



ปัญญา
           
ผู้เห็นความเกิด และความดับ(ขันธ์ 5)  แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว  ประเสริฐกว่าผู้ไม่เห็นความเกิด และความดับที่มีชีวิตอยู่ตั้ง 100 ปี
ผู้เห็นอมตะ(นิพพาน) แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว  ประเสริฐกว่าผู้ไม่เห็นอมตะ ที่มีชีวิตอยู่ตั้ง 100 ปี
ผู้เห็นธรรมอันสูงสุด แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว  ประเสริฐกว่าผู้ไม่เห็นธรรมอันสูงสุดที่มีชีวิตอยู่ตั้ง 100 ปี

คำพูดที่มีประโยชน์



 คำพูดที่มีประโยชน์

           

คำพูดที่มีประโยชน์  คำเดียวที่คนฟังแล้วสงบระงับได้  ย่อมดีกว่าคำพูดที่ไร้ประโยชน์ตั้ง  1,000 คำ

คาถาที่มีประโยชน์  คาถาเดียวที่คนฟังแล้วสงบระงับได้  ย่อมดีกว่าคาถาที่ไร้ประโยชน์ตั้ง  1,000 คาถา

ธรรมบทหนึ่ง  ที่คนฟังแล้วสงบระงับได้ ย่อมดีกว่าธรรมบท ที่ไร้ประโยชน์ตั้ง  1,000 ธรรมบท ที่เขากล่าว

ธรรม 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้ ผู้อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิตย์


กรรม



กรรม
           
        บุคคลทำกรรมใดไว้  ย่อมเดือดร้อนใจในภายหลัง  ร้องไห้น้ำตานองหน้า เสวยผลกรรมอยู่ กรรมนั้นที่ทำแล้วชื่อว่า เป็นกรรมไม่ดี
      บุคคลทำกรรมใดไว้  ไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง เอิบอิ่ม  ดีใจ  เสวยผลกรรมอยู่ กรรมนั้นที่ทำแล้วชื่อว่า เป็นกรรมดี