วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

ปฏิปทาพิจารณาเห็นความไม่งามในกาย



ปฏิปทาพิจารณาเห็นความไม่งาม
ในกาย

           

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ! ปฏิปทา ๔ ประการนี้

ทุกขาปฏิปทา  ทันธาภิญญา  เป็นอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้  พิจารณาเห็นความไม่งามในกาย  มีสัญญา(ความจำได้หมายรู้) ว่าปฏิกูลในอาหาร มีสัญญาว่าไม่น่าเพลิดเพลินในโลกทั้งปวง พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวงอยู่ เธอมีมรณสัญญาที่ตั้งมั่นดีภายใน เธอเข้าไปอาศัยเสกขพละ ๕ ประการนี้อยู่  คือ สัทธาพละ (กำลัง คือ ศรัทธา)  หิริพละ (กำลังคือหิริ)  โอตตัปปพละ (กำลังคือโอตตัปปะ)  วิริยพละ (กำลังคือวิริยะ)  ปัญญาพละ (กำลังคือปัญญา)  และอินทรีย์ 5 ประการนี้ของเธอ คือ สัทธินทรีย์  วิริยินทรีย์ สตินทรีย์  สมาธินทรีย์  ปัญญินทรีย์ ย่อมปรากฏอ่อน  เพราะอินทรีย์ 5 ปรากฏอ่อน  เธอจึงบรรลุคุณวิเศษ  เพื่อความสิ้นอาสวะช้า

ทุกขาปฏิปทา  ขิปปาภิญญา   เป็นอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นความไม่งามในกาย  มีสัญญาว่าปฏิกูลในอาหาร  มีสัญญาว่าไม่น่าเพลิดเพลินในโลกทั้งปวง  พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวงอยู่  เธอมีมรณสัญญาที่ตั้งมั่นดีภายใน  เธอเข้าไปอาศัยเสกขพละ ๕  ประการนี้อยู่ คือ สัทธาพละ  หิริพละ โอตตัปปพละ  วิริยพละ   ปัญญาพละ   แต่อินทรีย์ ๕ ประการนี้ของเธอ  คือ  สัทธินทรีย์  วิริยินทรีย์  สตินทรีย์  สมาธินทรีย์  ปัญญินทรีย์  ย่อมปรากฏแก่กล้า เพราะอินทรีย์ ๕ ปรากฏแก่กล้า เธอจึงบรรลุคุณวิเศษ เพื่อความสิ้นอาสวะเร็ว


สุขาปฏิปทา  ทันธาภิญญา  เป็นอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกามและอกุศลกรรมทั้งหลาย  บรรลุปฐมฌาน มีวิตก  วิจาร  ปีติ  และสุขอันเกิดจากวิเวก  เพราะวิตก  วิจาร สงบระงับไป บรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสภายใน  มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร  มีปีติ และสุขเกิดจากสมาธิอยู่  เพราะปีติจางคลายไป มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญผู้มีอุเบกขา  มีสติ  อยู่เป็นสุข  เพราะละสุข  และทุกข์ได้ เพราะโสมนัส และโทมนัสดับไปก่อน บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ มีสติบริสุทธิ์  เพราะอุเบกขาอยู่  ภิกษุเข้าไปอาศัยเสกขพละ ๕  ประการนี้อยู่คือ  สัทธาพละ  หิริพละ  โอตตัปปพละ  วิริยพละ  ปัญญาพละ  อินทรีย์ 5 ประการนี้ของเธอ คือ สัทธินทรีย์  วิริยินทรีย์  สตินทรีย์  สมาธินทรีย์  ปัญญินทรีย์  ย่อมปรากฏอ่อน  เพราะอินทรีย์ ๕ ปรากฏอ่อน  เธอจึงบรรลุคุณวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะช้า

  สุขาปฏิปทา  ขิปปาภิญญา  เป็นอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้  สงัดจากกาม และอกุศลกรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมฌาน มีวิตก วิจาร ปีติ และสุขอันเกิดจากวิเวก เพราะวิตก วิจาร สงบระงับไป บรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสภายใน  มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติ และสุขเกิดจากสมาธิอยู่  เพราะปีติจางคลายไป มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข  เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัส และโทมนัสดับไปก่อน  บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีสุข ไม่มี ทุกข์ มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่  ภิกษุเข้าไปอาศัยเสกขพละ ๕ ประการนี้อยู่ คือ สัทธาพละ  หิริพละ โอตตัปปพละ วิริยพละ ปัญญาพละ อินทรีย์ ๕ ประการนี้ของเธอ คือ  สัทธินทรีย์  วิริยินทรีย์  สตินทรีย์  สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ย่อมปรากฏแก่กล้า  เพราะอินทรีย์ ๕ ปรากฏแก่กล้า เธอจึงบรรลุคุณวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะเร็ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น